2009/Jun/11

Photobucket

 

Title : O-chan  High School Host club

Cast : Johnny's Jr. X WFL

Author: I-PrA

Rate : PG-13

 

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>.<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<

 

[01]

 

 

ฤดูใบไม้ผลิ ปี 2006  

 

             โฮสต์ ..... ใครอย่าคิดว่าโฮสต์ที่ว่าของท่านผอ. มันจะเป็นกันได้ง่ายๆ .... โฮสต์ที่เพียบพร้อมไปทั้งรูปสมบัติและคุณสมบัติ  แถมยังมีเวลาในการฝึกคอร์สพิเศษสำหรับการเตรียมตัวเป็นโฮสต์แค่ 3 วันก่อนเปิดเรียนเท่านั้น !!

                คุณคิดว่าตลอด 3 วันนี้.. พวกผมจะมีสภาพแบบไหนกันล่ะ

           

........................................

......................

.............

 

                ครั้นเมื่อการเสร็จสิ้นการประชุมและพากันเดินขบวนออกมาจากห้องของท่านผอ.เรียบร้อยแล้ว... เด็กทุนทั้ง 8 คนหน้าตาไม่สู้ดีนัก  เนื่องจากต้องนั่งฟังคำพูดคำจาประสาโอจังเป็นเวลานานๆ  ไหนจะต้องคอยรับมุกที่ยิงมาเป็นระลอกๆอีก  เล่นเอามึนไปเหมือนกัน...

 

                "เมื่อกี้ มีใครสงสัยอะไรตรงไหนหรือเปล่า"

ด้วยเหตุนี้ .. เลขานิโนมิยะจึงได้ตระหนักในหน้าที่ตนเองเป็นอย่างดี... เขามีหน้าที่ถามคำถามในรูปแบบนี้ทุกครั้ง หลังจากที่มีแขกเข้าไปสนทนากะโอจังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

            "ตกลงว่าพวกผมต้องทำอะไรบ้างนะครับ"

 

นิโนมิยะถึงขั้นกุมขมับเครียด ปวดหัวตุ้บๆขึ้นมาทันใด ... เฮ้อ ... อยากจะบ้าตาย.... ทำไมผอ.เขาถึงได้บกพร่องทางการสื่อสารอย่างงี้นะ

 

                "เอาเป็นว่า ผมจะพาพวกคุณไปพักผ่อนที่หอก่อน แล้ว 10 โมงให้ลงมาพร้อมกันที่ห้องนั่งเล่นด้านล่าง ... คุณจะต้องเข้าคอร์สติวเข้มสู่การเป็นโฮสต์ตั้งแต่วันนี้.."

                คุณเลขาตัวเล็กๆ ที่ชื่อว่า นิโนมิยะ คาซึนาริ ได้พาเหล่าเด็กๆลัดเลาะไปตามทางเดินที่วกวนด้วยสถาปัตยกรรมโอจัง...  มุ่งหน้าสู่ หอ Hizashi no Tsubasa  ซึ่งอยู่ทางปีกซ้ายของโรงเรียน

หอ Hizashi no Tsubasa นั้นเป็นที่พักของนักเรียนชั้นมัธยมทั้งหมด  มีบริเวณอาณาเขตกว้างขวาง ราวกับบ้านพักตากอากาศริมทะเล และยังคงคอนเซ็ปต์ความหรูหราโอ่อ่าไม่แพ้ หอ Domoto Brotherของระดับชั้นประถมแม้แต่น้อย ...

 

            "ยินดีต้อนรับนะเด็กๆ"

ผู้ดูแลหอตัวขาวจัดเดินแจกรอยยิ้มเจิดจ้าออกมาต้อนรับผู้มาเยือนทันที ... ตามด้วยร่างบางผิวสีน้ำผึ้งที่สายตาจดจ่ออยู่กับสมุดเล่มใหญ่ที่ถือติดมือมาด้วย

 

            "โห หล่อจังเลยเน้อ"

ความหล่อมักไม่เข้าใครออกใครเสมอ .... คำชมสำเนียงโอซาก้าแบบนี้ จะเป็นของใครไม่ได้นอกจากนาย นาคาโดอิ ฮิโรกิ... ที่ยืนอ้าปากค้าง ตะลึงพรึงเพริดกับความหล่อเทพของผู้ดูแลหอ ทากิซาว่า ฮิเดอากิ

 

                "งั้นผมฝากเด็กๆด้วยนะครับ" นิโนะที่ยืนประกอบฉากอยู่ก็ได้ขอตัวออกไป เมื่อเห็นว่ามีผู้ดูแลหอมารับช่วงต่อจากเค้าเรียบร้อยแล้ว

 

            "เอาล่ะนะ สำหรับหอนี้ก็ไม่มีอะไรมากมายหรอก... พวกนายรอฟังอบรมพร้อมเพื่อนๆในวันเปิดเทอมแล้วกัน  ผมขี้เกียจพูดหลายรอบ .. แต่เอาเป็นว่าห้องพักนั้นพักห้องละ 2 คน  ส่วนรายชื่อ..ซึบะจังจะเป็นคนจัดการ"

คนตัวขาว ทำหน้าที่กล่าวนำสั้นๆ ก่อนจะโยนตูม มาให้ผู้ดูแลหออีกคนเป็นคนจัดการ

 

ร่างบางสีน้ำผึ้งนั้น เงยหน้าขึ้นจากสมุดยิ้มบางๆ แล้วแนะนำตัวสั้นๆ

                "สวัสดีทุกคนนะ.. พี่ชื่อ อิมาอิ ซึบาสะ"

               

หนุ่มโอซาก้าคนเดิมผู้ไม่เคยเก็บอารมณ์ความรู้สึกไว้ในใจ พูดโพล่งขึ้นมาอีกครั้ง  ...

"โอ้ย พี่ชายเป็นตาฮัก(น่ารัก)แท้"

 

                "^^เดี๋ยวพี่จะบอกนะว่าใครได้เป็นรูมเมทกัน ... แล้วก็ขอให้ดูแลเพื่อนร่วมห้องด้วย  อยู่กันดีๆนะ  อย่าได้ทะเลาะกันเป็นอันขาด  เพราะพวกพี่ไม่มีนโยบายย้ายห้องแก้ปัญหาให้อย่างแน่นอน"

 

                "ใช่แล้ว.. ก่อนหน้านี้ก็เคยมีคนทะเลาะกัน .. แรงมากๆเลยนะ  ถึงขนาดไม่มองหน้ากันเลย ..... แต่ต่อให้ตอนกลางวันเลี่ยงกันแค่ไหน ยังไงๆก็ต้องกลับมาเจอกันที่ห้องอยู่ดี .. คงเพราะด้วยสถานการณ์จำยอมล่ะมั้ง สุดท้ายไปๆมาๆ 2 คนนี้ก็กลายมาเป็นเพื่อนซี้กันไปเลย"  ทักกี้ที่นั่งว่างๆช่วยเสริมขึ้นมาอีก ..

 

เหล่าเด็กหนุ่มนั่งฟังกันตาใสแจ๋ว ... ยิ่งเป็นเรื่องของคนอื่นจะตั้งใจฟังกันเป็นพิเศษ   ทั้งนี้ก็เป็นเพราะเด็กส่วนมากมาจากต่างจังหวัด  เรื่องอะไรที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเองแล้วจะถือเป็นเรื่องใหญ่และน่าสนใจเสมอ....

 

                "โห..สุดยอด"

                "แล้วตอนนี้ล่ะครับ"

นั่น.. มีการซักถามเพื่อให้เข้าใจยิ่งขึ้นด้วย ... นี่ถ้าเป็นในเวลาเรียน มีรึจะอยากสงสัยใคร่รู้เสียขนาดนี้

 

                "เค้าก็ยังรักกันดีเหมือนเดิมไง ... รักม๊ากมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ  ใช่มั้ยซึบะจัง" หันไปถามความเห็นจากคนที่นั่งข้างๆ ด้วยยิ้มประจบประแจง

                "อืม รักกันปานจะกลืนเชียวแหละ"  น้ำเสียงดูเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันชอบกลนะ

                "ก็พอแค่นี้ก่อนแล้วกันเรื่องเล่า  เอาไว้มีโอกาสจะเล่าให้ฟังใหม่  ตอนนี้เตรียมตัวขนของเข้าห้องกันดีกว่านะ"

ซึบาสะกางสมุดบัญชีรายชื่อเด็กในหออีกครั้ง

 

            "ใครชื่อจิบะ เรียวเฮ กับทาจิบานะ เคตะ?"

หนุ่มร่างสูงลุกขึ้นแบกสัมภาระที่หอบหิ้วติดตัวมา พลางกวาดสายตามองหาเพื่อนร่วมห้องด้วยความตื่นเต้น ... ส่วนอีกคนนั้น เพียงแค่ลุกขึ้นมาแล้วโค้งให้เล็กๆอย่างมีมารยาท มาดผู้ดีเก่าเท่านั้น

 

                "โห้... ดูๆไป เพื่อนเรานี่ก็ง๊ามงามเนอะ "

เสียงเหน่อๆจากคนๆเดียวคนๆเดิม ผู้ไม่เคยเก็บอะไรไว้ในใจก็พูดขึ้นมาเสียงดังฟังชัด

 

                "เอ้า ทำความรู้จักกันแล้วก็มาเอาบัตรนักเรียนนี่ไป .. ห้ามหายเป็นอันขาดนะ แสกนบัตรก่อนเข้าตึกแล้วก็หน้าห้องด้วย"

 

            "เข้าห้องได้เลยหรือครับ"

            "อื้อ เข้าไปพักผ่อนตามสบายได้เลย"

ได้ยินดังนั้น ทั้งคู่ก็ทำท่าว่าจะวิ่งแข่งกันเพื่อไปถึงห้องก่อนใคร ... แต่เมื่อทั้ง 2 ออกตัวไปได้เพียงเสี้ยววินาทีก็ต้องสะดุดเบรกกันหน้าทิ่ม เพราะทักกี้ร้องขัดขึ้นมาเสียงดัง

                "เกือบลืมเรื่องสำคัญไปเลยนะเนี่ย "

            "10 โมง ลงมาที่นี่นะเด็กๆ"

 

            "ต่อไป อิซากิ ยูสุเกะ กับ โนงุจิ เซย์โงะ ลุกขึ้นมาเอาบัตรไป เร็วๆ"

 

                "อ้าว ผมไม่ได้อยู่กับน้องชายเหรอครับ" แฝดผู้พี่แห่งตระกูลอิซากิแย้งขึ้นมาเล็กๆ เมื่อชื่อของคนที่ได้เป็นรูมเมทเขามันแปลกหูออกไป

                "จะตัวติดอะไรกันนักล่ะหึ... อยู่ด้วยกันมาทั้งชีวิตอยู่แล้วนี่ หน้าตาก็เหมือนกันจะปานนี้ ... เพราะอย่างงี้ล่ะ ผมถึงจับพวกคุณแยกห้องกันน่ะ" ทักกี้พยายามชี้แจงด้วยเหตุผลอย่างสันติ ... ตามหลักของมหาตมะ คานธี...

 

            "ท่านน้อง~ อย่าได้โศกาไป ... แม้ว่ากายเราจะห่างกันเพียงซีเมนต์กั้น แต่ใจพี่นั้นยังคงเปี่ยมไปด้วยความรักของพี่ที่มีต่อน้องอยู่ร่ำไป.."

บรรยากาศของทั้งห้องอวลไปด้วยความรักแห่งพี่น้อง ...

 

ทักกี้ ซึบาสะ แล้วชาวคณะได้แต่ยืนมองลิเกสดตาปริบๆ ... ขยี้ตาเพื่อดูให้แน่ใจ..  เฮ่ย.. เมื่อกี้เหมือนเห็นดอกกุหลาบสีม่วงเบ่งบานเต็มจอ ไอรักคละคลุ้งกำจายไปทั่วบริเวณ .... อีแฝดพี่น้องนี่มันเป็นลิเกเก่ามารึเปล่าวะเนี่ย โคตรเสี่ยวเลย ให้ตายเถอะ .... ดูจากหน้าแล้วไม่รู้เลยนะเนี่ย ว่าจะกลายเป็นแบบนี้ไปได้  นึกว่าจะดูน่ากลัวซะอีก...

 

                "อืมๆ รู้แล้ว...ท่านพี่ขึ้นห้องไปเถอะ"

            "ไม่... ท่านพี่จะฝากฝังท่านน้องกับรูมเมทของน้องเสียก่อน  ไม่งั้นท่านพี่จักนอนไม่หลับเป็นแน่แท้"

                "น้องดูแลตัวเองได้ พี่ไม่ต้องห่วงน่ะ"

            "ท่านพี่.. ไม่ใช่พี่เฉยๆ"

                "ก็นั่นแหละน่า ท่านพี่..."

 

                "อ่า ห้องต่อไปเลยละกันนะ อิซากิ ฮิซาโตะ กับ นาคาโดอิ ฮิโรกิ"

 

                "หา~ ทำไมถึงให้น้องผมไปอยู่กับเจ้าโอซาก้าปากมากนั่นด้วยล่ะครับ"

ยูสุเกะโวยออกมาอีกครั้ง  เมื่ออีกคนที่ยกมือแสดงตัวเป็นรูมเมทของน้องเขาก็คือ เจ้าคนที่พูดนั่นพูดนี่ไม่ยอมหยุดตลอดทางที่พวกเขาถูกพามาที่หอนี่ .... ส่วนคนที่ถูกพาดพิงถึงแบบนั้นก็ถึงกับทำหน้ายุ่งออกมาเลย ....

 

                "อ้าว กลับมาพูดแบบคนปกติได้แล้วเรอะ ..." ทักกี้ เมื่อเห็นว่าเจ้าแฝดที่หน้าตาไม่ค่อยเป็นมิตรนั้น จริงๆแล้วไม่ได้เป็นดูเลวร้ายอะไร ก็ใจกล้าพอที่จะแกล้งๆแซวเล่นบ้าง

                "ผมก็พูดปกติอยู่แล้วนี่ครับ"

แฝดผู้พี่หันมาตอบโต้กับทักกี้ ประหนึ่งว่าเหตุการณ์(เสี่ยวๆ)เมื่อครู่นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเลย .. ทักกี้ถึงกับยืนเกาหัวด้วยความงงเต๊ก ... ทำไมมันทำตัวราวกับเป็นละคนแบบนี้ละเนี่ย .. เมื่อกี้ผีเข้าเรอะไง!

 

                "ห้องสุดท้ายแล้ว.. จริงๆไม่ได้บอกก็ได้เนอะ   โองาตะ ริวอิจิ กับ คิตามูระ ยู"

เจ้าของชื่อทั้ง 2 คน หันมามองหน้ากันยิ้มๆ ผงกหัวเล็กน้อย .. ก่อนจะพากันขึ้นห้องพักไป

 

....................................................

....................................

......................

 

 

                "เฮ้อ อีก 3 วันก็จะเปิดเทอมแล้วเหรอเนี่ย  รู้สึกว่ายังพักไม่ได้เต็มที่เลย  ต้องไปสู้รบตบมือกับเจ้าพวกเด็กแสบๆอีกแล้ว"  ทักกี้บิดขี้เกียจพลางพูดไปพลาง  ...ซึบาสะใช้หางตาเหลือบมองด้วยความหมันไส้

                "อืม.. ขนาดวันนี้มีแค่เด็กทุน 8 คน นายยังอู้แล้วอู้อีกทักกี้ .... ถ้าวันเปิดเทอมแล้วนายยังคิดจะอู้อีก ฉันจะไปขอผอ.โอจังย้ายหอดูแลให้มันรู้แล้วรู้รอดเลย.."

            "อ๊า~ ไม่ได้นะ  ถ้าขาดซึบาสะไป หอนี้ก็ไม่มีความหมายน่ะสิ ... ปีกของนกตัวนี้น่ะ ถ้าไม่มาบินอยู่ใต้แสงสว่างแล้ว .. แสงสว่างก็ไม่รู้จะไปสาดส่องให้ความอบอุ่นกับใครอีกนี่นา"

                "ฉันไม่ได้ขาดความอบอุ่น  ไม่ต้องมาทำหน้าอ้อนเลย!"

                "โธ่ ..ซึบาสะ...ผมขอโทษ"

 

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>.<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<

 

                "ดีจังนะ...  มองไปทางไหนก็เจอแต่คนสวยๆหล่อๆ ... เจริญหูเจริญตาดีจริงๆ"

               "เน่~...ผมเคยได้ยินว่า โรงเรียนนี้นอกจากเรื่องเรียนแล้วเค้ายังคัดเด็กที่หน้าตาด้วย  จริงไหมครับ อิซากิซัง?"

.... ร่างสูงที่เดินลากกระเป๋ากำลังจะเดินไปที่ห้อง ท่าทางเซ็งโลก หันมามองคนข้างๆในเชิงดูแคลนว่า ... ถ้าเป็นอย่างงั้นจริงๆ แล้วแกหลุดโผเข้าโรงเรียนมาได้ยังไงวะ

                "เออ!.. แต่จะให้ดี กรุณาเรียกฉันว่ายูสุเกะจะดีกว่า .. ฉันไม่อยากสับสนเรื่องชื่อ โอเคป่ะ"

                "อ่า..."

                "อ่ะ ถึงซะที... ฉันอยากนอน.. แล้วก็...ฉันไม่ชอบให้ใครกวนตอนนอนด้วย  ดังนั้น ต่างคนต่างอยู่ โอเคมั้ยนาย... นาย... นายชื่ออะไรนะ"

                "โนงุจิ เซโงะครับ เรียก..."

                "ฉันไม่ได้อยากรู้ว่าใครจะเรียกนายว่าอะไร .. ฉันไม่อยากเสียเวลานอนมาฟังนายพูดเรื่องไร้สาระ"

ก็ถ้านายไม่มัวพูดประโยคยาวๆแบบนี้  คงเหลือเวลานอนให้นายอีกเยอะเชียวล่ะ ยูสุเกะคุง..

 

ร่างสูงพูดจบก็หันหลังลากกระเป๋าใบโตเข้าห้องนอนฝั่งซ้ายไปแบบไม่เสียเวลา ถามความเห็นจากเพื่อนร่วมห้องซักนิด

เซโงะยืนเกาหัวตัวเองด้วยความมึนๆ  คนอะไรพูดเร็วเป็นบ้า

... หน้าตาก็น่ากลัว แถมความมีมนุษย์สัมพันธ์เท่ากับ 0  ...

ทำไมผมต้องได้มาอยู่ร่วมห้องกับคนแบบนี้ด้วยน้า ... ช่างเป็นคนที่เข้าใจยากจริงเชียว

 

............................................................

.........................................

...........................

 

 

วันแรกของคอร์สเร่งรัดสู่การเป็นโฮสต์

 

                อาจารย์พิเศษคนแรกที่ผอ.โอจังส่งมานั้น เป็นโฮสต์ตัวจริงเสียงจริง ซากุไร โช จากร้านชื่อดังย่านคนรวย เป็นเจ้าหนุ่มเนื้อทองที่ป๊อปปูล่าสุดๆทั้งในหมู่สาวๆยาวไปจนถึงคุณหญิงคุณนายผู้ไม่มีอะไรจะทำ... โชนั้นสอนพื้นฐานทุกอย่างตั้งแต่วิธีการยิ้มรับแขก ...

            "อิซากิ!... ทั้ง 2 คนนั่นแหละ ไม่ต้องมาทำหน้างง ... ยิ้มแบบนั้นเค้าเรียกว่าแสยะ  ยิ้มแบบธรรมดาๆไม่เป็นรึยังไง  ยิ้มหวานๆน่ะห้ะ"

 

            "ทาจิบานะ! ... จะยิ้มปากแหกไปถึงไหน อยากให้ชาวบ้านเค้ารู้นักใช่มั้ยว่ามีฟันผุฟันคุดกี่ซี่น่ะ! แค่ยิ้มน้อยๆ จิกหน่อยๆ .. นั่นแหละดีแล้ว" 

 

                "โองาตะ! เขี้ยวเสน่ห์น่ะเขี้ยวเสน่ห์ ... มีก็รู้จักงัดมันมาใช้ซะบ้าง ไม่ได้มีไว้แค่ประดับฟันให้มันครบ 32 ซี่.. เอาใหม่ยิ้มใหม่... เฮ้ย นั่นมันแยกเขี้ยวจะกินคนแล้ว"

 

เผลอแปบเดียวโชก็จำชื่อของทุกคนได้  รวมถึงรายละเอียดเล็กๆน้อยๆอีกด้วย ...  ทุกคนมองหน้ากันไปมาอย่างทึ่งๆ ... ใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีเมื่อกี้ที่แนะนำตัวกันไปเนี่ยนะ ... จะเทพไปแล้ววว!

 

"สงสัยอะไร ...การจำชื่อลูกค้าก็เป็นสิ่งสำคัญ ... ถึงจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ แต่ถ้าเราจำชื่อพวกเค้าได้ มันจะสร้างความประทับใจให้ลูกค้า เค้าจะได้กลับมาใช้บริการอีกบ่อยๆไง"  .

 

แถมท้ายด้วยการแนะนำเทคนิคมัดใจลูกค้า ก่อนจะพาเข้าสู่การเรียนการสอนขั้นต่อไป นั่นก็คือการพูดคุย การวางตัว การเอาอกเอาใจลูกค้า  การรู้จักปฏิเสธและป้องกันตัว 

 

รวมไปถึงการสอนเล่นหุ้น ในกรณีฉุกเฉินเมื่อลูกค้า(ที่ล้วนเป็นลูกคนมีกะตังค์)มีความสนใจในการเล่นหุ้น จนต้องหยิบยกประเด็นนั้นขึ้นมาเป็นหัวข้อสนทนา ...

 

.... โฮสต์ที่ดีต้องคุยกับลูกค้าได้ทุกเรื่อง....  

คุณชายโชแกบอกไว้อย่างนั้น

 

                "เอาล่ะ ต่อไปจะเป็นการค้นหาเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละคน  เพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุด ... อันนี้สำคัญสุด สำหรับการทำโฮสต์คลับเลยนะ"

 

                "แล้วพวกผมจะรู้ได้ยังไงล่ะครับ"

 

                "เรื่องนี้ไม่ต้องเป็นห่วง  ผมจะดึงมันออกมาจากพวกคุณเอง ... จากที่เราเรียนๆกันไปเมื่อครู่นี้ ผมได้เก็บรายละเอียดของแต่ละคนไว้เรียบร้อยแล้ว"

 

                "ใช้เวลาแค่ 3 ชั่วโมงในการดูคนเนี่ยนะครับ"

 

                "อื้อ.. มันไม่ได้ยากเลยนะ ... อย่างนายนาคาโดอิ  มองแค่ปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นคนต่างจังหวัด  แล้วก็ออกจะซุ่มซ่ามนิดๆด้วยใช่มั้ย  นี่ล่ะ ลักษณะประจำตัวของคุณ ...โฮสต์บ้านนอก"

 

ฮิโรกิที่โดนชี้ตัวเป็นคนแรก ก็ไม่ได้นึกเดือดร้อนใจอะไรขึ้นมา กลับยิ้มรับตำแหน่งนั้นอย่างหน้าชื่นตาบานเสียอีก

 

                "โห.. หัวดี อ่านอะไรก็ออก"

            "นั่นมันเครื่องเล่นดีวีดีแล้ว"

 

2 พี่น้องอิซากิ ต่อมุกกันแล้วก็หัวเราะกันเองด้วยความสนุกสนาน  ดึงความสนใจให้โชเปลี่ยนเป้าหมายไปเดินป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ 2 ศรีพี่น้องด้วยรอยยิ้มแปลกๆ

 

            "ส่วนพวกนาย 2 คน ... ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า(กระตุกยิ้มเหี้ยม).... แฝดนรก .. ไม่มีคำไหนจะเหมาะกับพวกนายไปมากกว่านี้อีกแล้วล่ะ"

โชก้าวเข้าไปยืนอยู่ระหว่างกลาง แล้วเอื้อมมือมาตบไหล่‘แฝดนรก'ที่ว่านั้น2-3 ครั้ง ... แม้ว่าการเข้าไปยืนอยู่ใกล้ๆทั้ง 2 คนแล้วจะบั่นทอนความมั่นใจของโชในเรื่องส่วนสูงไปเล็กน้อยก็ตาม  

 

            "แหม.. ฟังดูหยาบคายจังเลยครับ'จารย์"

 

โชเดินมาสำรวจรอบตัวของเคตะเป็นรายต่อไป หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ  เดินเลี่ยงหนีจากอิซากิคนน้องที่หัวคิ้วเริ่มกระตุกเล็กน้อย ... ให้ได้รู้ทั่วกันล่ะ ว่าแฝดน้องไม่ปลื้ม ...

 

 

                "ทาจิบานะ.. อืม หน้าตาหล่อดีนะ สูงดีด้วย ... หน้าตาแบบนี้ต้องอยู่จำพวกเทพ ...." โชทำหน้าครุ่นคิดนิดหนึ่ง  ก่อนจะร้องออกมาเสียงดังให้ได้ตกอกตกใจกัน

                                                                  

               "อ้า.. เจ้าชายไงล่ะ  แต่ว่าดูจากท่าทางแล้ว ไม่น่าจะเป็นพวกเจ้าชายน้ำแข็ง สงบ เยือกเย็นได้เลย ... ผมพูดถูกไหม?"

คำถามนี้โชไม่ได้ถามเอากับเจ้าตัว  แต่หันไปขอความเห็นจากเพื่อนๆที่เหลือ ซึ่งก็ตอบรับด้วยการพยักหน้ารับอย่างพร้อมเพรียง    

 

              "หุ่นก็เฟิร์มใช้ได้นะเนี่ย"

พอเดินวนรอบๆตัวแล้วก็มาหยุดอยู่ตรงหน้า นิ้วเรียวจิ้มไปที่หน้าท้องเด็กหนุ่ม จนเจ้าตัวถึงกับสะดุ้ง

                "อืม.. เนื้อเหลวนะ   ช่วงนี้ไม่ได้ไปยิมใช่ไหมเรา"

เคตะมองหน้าโชอย่างทึ่งๆ .. อาจารย์รู้ได้ไงวะ   

แต่แม้ว่าจะเป็นอย่างที่อาจารย์บอกจริงๆ ไอ้การที่จะมายิ้มรับอย่างหน้าตาชื่นบานว่าผมขี้เกียจไปแล้วเนี่ย มันก็ดูไม่แมนเอาเสียเลย .. เหตุผลข้างๆคูๆจึงถูกหยิบยกออกมาใช้

                ".. แต่น้ำหนักผมลดนะครับ"

                "น้ำหนักลดแต่พุงย้อยมันก็ไม่ไหวนะ"

 

จบข่าวครับพี่น้อง ...

....ทาจิบานะ เคตะ ถูกคำสั่งให้เข้ายิมอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ ....  มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ....

 

โชเดินผ่านเคตะมาอย่างไม่สนใจใยดี ... หน็อยแน่ะ ทำมาเถียง ... ให้มันรู้กันไปว่า ซิกแพ็ครุ่นพี่อย่างซากุไร โช จะไม่เคยประสบปัญหาเช่นนี้มาก่อน .. เฮอะ~!

 

            "จิบะ ใช่ไหม"

                "ครับ"

                "เกิดที่จิบะเหรอ"

                "เปล่าครับ ผมเกิดที่ฮอกไกโด"

                "อ้อ เด็กเมืองหนาว ... หน่วยก้านดีนะ.. ท่าทางฉลาดไม่เบา"

เรียวเฮยิ้มมุมปากนิดๆอย่างพึงพอใจในคอมเมนต์

 

                "โครงหน้าสวยดีนะ ..."

โชพิจารณาใบหน้าขาวใสหมดจด  ตาเรียวสวย  จมูกโด่งเป็นสัน เรียวปากสีชมพูบาง....อืม ดึงดูดไม่เลว

.... ไล่สายตาลงมาถึง.... ลำคอระหง...... อุเหม่ กระเดือกใหญ่ไปนิด  แต่ไม่เป็นไร ผู้ชายกับกระเดือกเป็นของคู่กัน.... โชเดินวนรอบๆ สำรวจไปเรื่อยด้วยความพึงพอใจ ... ผิวขาวเนียนใช้ได้ๆ ....

 

  จนมาหยุดสะดุดอยู่ที่กล้ามเนื้อต้นแขนที่ซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้า ...

 

....น่าเสียดาย!.... น่าเสียดายเป็นที่สุด .... กำลังจะตั้งเป็นราชินีคลับโฮสต์ให้สมกับความสวยนี้เสียหน่อย ....ทำม๊ายยยยทำไม...  คนหน้าตาสวยๆแบบนี้ .... แมนซะได้!

 

                คุณชายโชเซ็ง...

 

                "ยิ้มเก่งนะเรา ..แต่ว่ามันไม่ให้ความรู้สึกว่าใจดีอ่ะ เหมือนกับยิ้มไปเรื่อยเปื่อย"

เรียวเฮเหล่มองอาจารย์ หน้าตึงๆเล็กน้อย แต่ยังคงยิ้มอยู่... ยิ้มที่เหมือนกับยกมุมปากขึ้นมาเฉยๆ ไม่ได้มีความรู้สึกใดๆร่วมด้วยทั้งสิ้น  ปล่อยให้โชเดินวนไปวนมาอย่างคิดไม่ตก

 

                "สุขุม นิ่ง แล้วก็ดูไม่ออกว่าคิดอะไรอยู่"

คุณชายโชเริ่มหนักใจ... คนแบบนี้ไม่ค่อยเจอ .. ลักษณะนิสัย กับท่าทางและหน้าตา สวนทางกันแบบสุดๆแบบนี้ บทจะนึกร้ายขึ้นมาก็คงกลายเป็นเดวิลดีๆนี่เอง

 

 .... คิดๆซิคิด  ใช้หัวสมองเคโอ กลั่นกรองออกมาสิฟะ ....

 

            "ยากเว้ย คิดไม่ออก..."

เรียวเฮได้ยินแบบนั้นก็กระตุกยิ้มขึ้นมากึ่งขบขัน กึ่งเยาะเย้ยนิดๆ แต่ยังสำรวมอยู่ในท่าทีเรียบนิ่งไร้พิรุธ  ชนิดที่ว่าถ้าไม่ได้สังเกตก็คงไม่เห็น

 

แต่พอดีโชเห็น...

 

"เดวิล"

 

สุดท้ายคุณชายโชก็ไม่สิ้นไร้ไม้ตอก ... หน้าผากโชนั้นเปล่งแสงเรืองรองเป็นสัญลักษณ์ให้รู้ว่า ปัญหาที่คิดไม่ตกนั้นได้รู้แจ้งแล้ว ... โชยิ้มเบิกบานดั่งแสงตะวัน ดูท่าจะปลื้มใจในตัวเองอยู่ไม่น้อยทีเดียว

 

                "ยิ้มเป็นบ้าอะไรของแกเนี่ยโช..."

 

ทักกี้ยิ้มล้อเพื่อนสนิทสมัยเรียกอย่างร่าเริง ถือถาดของว่างเข้ามาในห้องนั่งเล่น ทำให้บรรยากาศอืมครึมมัวหมองเมื่อครู่สว่างสดใสขึ้นทันตา ...

 

ซึบาสะที่เดินประคองถาดโกโก้ร้อนตามหลังทักกี้มายิ้มน้อยๆ

            "ได้เวลาพักแล้วล่ะ มาทานของว่างกันดีกว่าเด็กๆ"

ราวกับเสียงสวรรค์ที่ปลดปล่อยเหล่าเด็กทีน่าสงสารจากยักษ์มารตนแรก นามว่าโช ... ทุกคนกรูเข้ามาที่ถาดของว่างด้วยความดีอกดีใจเป็นล้นพ้น

 

                "โอ้โห.. ขนมยี่ห้อนี้แถวบ้านฉันไม่มีขายเลยนะเนี่ย"

ริวอิจิชี้ชวนให้ยู ..รูมเมทของเขาให้ดูขนมราคาแพงหลากหลายชนิดด้วยความตื่นเต้น

 

                "นายมาจากไหนเนี่ย ริว" ยั้งใจไว้ยู... เรา 2 คนยังไม่คุ้นเคยกัน  ไอ้ครั้นจะให้ไปด่าว่าบ้านนอกเต็มปากเต็มคำอย่างที่เคยทำมันก็ทำไม่ด้ายยย

 

                "บ้านฉันอยู่ฮอกไกโด"

            "ฉันว่าฮอกไกโดนี่ก็อยู่ในเขตที่เจริญแล้วนี่นา.."

หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ แกไปมุดหัวอยู่ที่ไหน ถึงไม่พบเจอความเจริญที่ว่าน่ะ...

 

ส่วนเด็กหนุ่มเชื้อสายฮอกไกโดอีกคนที่นั่งจิบโกโก้ร้อนอยู่เงียบๆ  ก็รู้สึกว่าหากปล่อยให้เจ้าโองาตะมันพล่ามต่อไป  ฮอกไกโดจะเสียหายก็ด้วยปากไอ้เจ้านี่เป็นแน่แท้ ... ถึงคราวที่จิบะต้องออกโรงเพื่อปกป้องบ้านเกิดตัวเองเสียแล้ว

 

                "ขนมนี่ก็มีขายทั่วไปในฮอกไกโดนั่นแหละ ฉันเองก็เคยซื้อกินบ่อยๆ"

               

                "จริงเหรอ มันมีขายที่ไหนอ่ะเรียวจัง"

 

เรียวจัง? ... ฉันไปสนิทกับแกตอนไหนไม่ทราบ 

 

จิบะคุงใช้สายตาตำหนิติเตียนตอกกลับไปอย่างชัดแจ้ง  หากแต่ริมฝีปากยังฉาบด้วยรอยยิ้มบางแต่ว่ามีบางอย่างไม่เหมือนเดิม ... ถ้าเป็นคนที่มีเซ้นคงพอดูออกว่าเจ้าของชื่อไม่พอใจกับชื่อที่เรียกแน่ๆล่ะ

 

แต่คนนั้นต้องไม่ใช่ริวอิจิอย่างแน่นอน เพราะหมอนี่นอกจากจะไม่รับรู้อะไรแล้ว ยังยิ้มซื่อตาใสกลับมาได้อีก ... เรียวเฮจึงได้แต่เบือนหน้าหนี จิบโกโก้ต่อไปอย่างสงบ

 

..................................

.....................

.............

 

 

"ยังสอนไม่เสร็จอีกหรือวะ ไอ้คุณโช  ... ผอ.โอจัง เตรียมสอนต่อจากแกอยู่น่ะ"

"อ้าว ก็ไหนว่ามาซากิจะมาสอนต่อไง"

"ซึบาสะนี่เข้ากับเด็กๆดีนะ  ดูกลมกลืนไปเลย " โช ยิ้มน้อยๆ ขณะที่มองภาพตรงหน้า

"........."

"เฮ้ย.. พูดถึงแค่นี้ไม่ได้หรือไง นั่นก็เพื่อนฉันนะเว้ย"

"........"

"เออๆ รู้แล้วว่าไอ้คุณกี้ไม่พึงใจ ... บอกแล้วไง ฉันกับซึบาสะเป็นแค่เพื่อนกันจริงๆ ... ไม่ต้องมาหึงมั่วซั่วเว้ย .. ดูนู่น ซึบาสะมองตาเขียวแล้ว"

 

ไม่แค่มองแล้วล่ะ ...กำลังเดินมาพร้อมกับถาดเงินแวววาวที่ฟาดลงบนหัวทักกี้ไม่เบานัก

 

"ทักกี้~ไอ้อู้!! ไปเอาขนมมาเพิ่มด้วย ...  เด็กพวกนี้กระเพาะยักษ์กระเพาะมารจริงๆ ไม่รู้ตายอดตายอยากมาจากไหน" ประโยคหลังหันไปคุยกับโช.. เพราะทักกี้เดินกุมหัวออกจากวงสนทนาแล้ว

 

โชขำน้อยๆกับความสัมพันธ์ของเพื่อนรัก ศิษย์เก่าโรงเรียนโอจังทั้ง 2 คน ... หันไปพูดคุยถามสารทุกข์สุขดิบกับซึบาสะเสร็จเรียบร้อย โชก็ขอตัวกลับ ...

 

...............................

..................

........

 

 

            "เค้าลืมไปแล้วหรือเปล่า ว่ายังมีเราอีก 3 คนน่ะ"  ริวอิจิ ยู และเซย์โงะได้แต่มองตามหลังอาจารย์ไปตาปริบๆ.....

                "นั่นสิ ลืมแหงๆ"

 

..... สรุปว่าอาจารย์ลืมหาเอกลักษณ์เฉพาะตัวอะไรนั่นให้พวกผม 3 คนใช่ไหมครับ?

 

to be con

 

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>.<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<

 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
แก๊ คุณปร๊ะะะะะะะ จะวันกิดหนูฟุแล้ว
อ่านเรื่องนี้ แล้วคิดถึงฝั่งโน้นจับใจ
เป็นไงกันมั่งนะป่านนี้ คนรอบตัว ไม่มีชอบแล้วด้วย
เห็นหนูฟุไปแว่บๆ หนูฟุเปลี่ยนปายยยยยยยยยยย
เรียวเฮก็นะ คิดถึงงงงงงง

มาบ่น แต่ก็ไม่ไปตามหาข่าวคราวมาดู หะๆ

เม้นท์ไม่ได้เกี่ยวกะฟิกเล้ยยย
อยากอ่าน โชจัง เรียวเฮ 55555+

-คุณแยม ไม่ใช่คุณประ-
#1  by  Ya_M_asaki & I-PrA At 2009-06-11 22:12, 
โชจังเรียวเฮ .. เฮ้ย อันนี้ประนึกไม่ถึง.. ฮ่าๆๆ
แต่จะว่าไปก็ได้อยู่เอ้าะ .. เอากล้ามแขนมาวัดกัน รวมกันเป็นเต้าใด ฮะๆๆ
#2  by  คุณประ (202.28.27.5) At 2009-06-12 11:51, 

<< Home

free counters