[SF] …Michishirube… [Takaki x Daiki] by :: I-PrA

posted on 17 Oct 2010 09:49 by windy8stormy in Limited-fiction

[SF] …Michishirube… [Takaki x Daiki] by :: I-PrA

Title: Michishirube

Paring: Takaki Yuya x Arioka Daiki

Type: Romantic Comedy

Rate: PG 13 ล่ะมั้งนะ

Author: I-PrA

 

 

 

......................ใครว่าผมไม่แมน  ผมน่ะ แมนทั้งตัวและหัวใจต่างหาก .........................

 อาริโอกะ ไดกิ

 

 

 

“นายคบกับจิเน็นอยู่ใช่รึเปล่าไดจัง”

 

วันดีคืนดี โอคาโมโตะ เคโตะ ผู้ที่ไม่ค่อยให้ความสนใจกับเรื่องส่วนตัวของคนอื่น จู่ๆก็ถามขึ้นมาขณะที่เตรียมตัวซ้อมเต้นกันอยู่ในห้อง

 

“อื้ม.....ได้ 2 อาทิตย์ล่ะ” ถึงจะแปลกใจในคำถามกับตัวคนถาม  แต่ผมก็ยิ้มกว้าง  ตอบคำถามด้วยความภาคภูมิใจ .. หึหึ .. แฟนผมน่ารักครับ

 

“คิดดีแล้วหรือ”

สีหน้าเคโตะแสดงถึงความยุ่งยากใจเหลือกำลัง แต่ก็ยังพูดออกมาจนได้ คล้ายกับห้ามไว้ไม่อยู่

 

“พูดอย่างนี้หมายความว่ายังไงเคโตะ” รู้สึกเหมือนถูกกระตุกหนวด ไดกิเริ่มขมวดคิ้วเป็นปม.... ลองว่าให้เหตุผลซัพพอร์ตไม่เข้าท่าล่ะก็ได้มีเรื่องกันแน่  

 

“เปล่าๆไม่ได้จะหาเรื่อง... แต่คิดดีแล้วจริงๆนะ” หน้าซื่อๆตาใสๆของเคโตะ เหมือนจะบอกว่าไม่ได้มีเจตนาอื่นแฝงอย่างที่พูดจริงๆ จึงได้ย้อนถามกลับไป

“ทำไมล่ะ”

 

“ฉันไม่ได้ตั้งใจสร้างความร้าวฉานนะ แต่ฉันแค่คิดว่านายไม่ค่อยเหมาะกับจิเน็นน่ะ” สิ้นคำนั้น ไดกิถึงกับโมโห ถลกแขนเสื้อขึ้นพร้อมกับทำหน้าที่คิดว่าเอาเรื่องที่สุดในชีวิต

 

“แล้วนายคิดว่าฉันเหมาะกับใคร?!!!”

 

เคโตะ ขยับถอยห่างออกไป 3 ช่วงตัว ก่อนจะพูดในสิ่งที่คิดออกมา  แม้ว่าจะเสี่ยงต่อการเจ็บตัวมากก็ตาม

 

“ฉันคิดว่านายไม่เหมาะที่จะเป็นเซเมะน่ะ”

“เห~!”

 

ผมก็รู้ตัวอยู่บ้างแหละว่ารูปร่างผมน่ะ มันดูไม่แมน ไม่ว่าจะพยายามยังไง ไปฟิตเนตบ่อยแค่ไหน ..ก็ไม่ได้ทำให้หุ่นบางๆ ร่างเล็กๆของผมพัฒนาไปบนเส้นทางของมาตรฐานชายหนุ่มมาดแมนบ้างเลย ... อีกทั้งความสูงที่ดูเหมือนจะไม่เพิ่มไปมากกว่านี้แล้ว (ร้องไห้)

 

....แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น ผมก็ยังยืนยันว่า ผมน่ะ แมนจริงๆ!! ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ... ไม่เคยเลยที่จะเหลียวมองผู้ชายร่างใหญ่ที่ไหน .. แล้วทำไม? ถึงมาตัดสินชีวิตผมด้วยรูปร่างหน้าตากันอย่างนี้ล่ะ

 

..............................

.....................

.............

 

 

“ไดจัง เราเลิกกันเถอะ”

 

อะไรนะ .. คุณได้ยินเสียงอะไรแว่วๆไหมครับ

 

“นี่ ได้ยินหรือเปล่า ไดจัง~” 

 

จิเน็น ยูริ เขย่ามือผม ขณะที่เรากำลังอยู่ในระหว่างการเดท .....อาหารมากมายที่ผมชอบวางอยู่เต็มโต๊ะ  และรวมถึงในจานผมที่พูนกว่าปกติด้วยความเอาใจใส่ของยูริ

ในขณะที่จานของยูริ ดูเหมือนว่าจะพร่องลงไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น ... ผมเคยชินกับการได้รับความดูแล เอาใจใส่เสียจนเสียนิสัยซะแล้ว  เคยชินกับการเป็นผู้รับจนละเลยการใส่ใจในยูริ

 

 

........................ทำไม ผมเพิ่งรู้ตัวนะ .. คล้ายๆว่าผมจะรู้ตัวช้าไป..ใช่ไหม............................

 

 

“ทะ...ทำไมล่ะ” ผมมองหน้ายูริกลับด้วยความไม่เข้าใจ

 

“เราเป็นเพื่อน เป็นพี่น้องกันเหมือนเดิมดีกว่า ผมว่า ไดจังน่าจะมีใครสักคนมาดูแลมากกว่านะ”

ผมรู้สึกตัวชา อึ้งไปชั่วขณะ ..คิดไม่ถึงเลยว่าจะถูกบอกเลิกด้วยเหตุผลที่ทำให้เจ็บช้ำน้ำใจขนาดนี้มาก่อน

 

อาหารมากมายที่ผมชอบวางอยู่บนโต๊ะ แต่ผมรู้สึกกินไม่ลง ..

เสียงของยูริดังก้องสะท้อนกลับไปมาด้วยประโยคเดิมๆ

 

 

///ไดจังน่าจะมีใครสักคนมาดูแลมากกว่านะ/// 

 

///ไดจังน่าจะมีใครสักคนมาดูแลมากกว่านะ/// 

 

///ไดจังน่าจะมีใครสักคนมาดูแลมากกว่านะ/// 

 

 

 

ผมเดินตัวเอียงไปที่สถานีหลังจากที่แยกกันกับยูริที่ร้านแล้ว  ผมทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งข้างทางอย่างหมดอาลัยตายอยาก  มือที่ถือถุงขนมจากร้านโปรดของผมที่ยูริมักจะเอามาฝากเสมอนั้นไร้เรี่ยวแรง ...ผมนั่งนิ่งๆมองมันอยู่อย่างนั้นเป็นเวลานานเท่าไหร่แล้วไม่รู้  แน่นอนว่าแม้แต่จะยกแขนขึ้นมาดูเวลา ผมยังไม่อยากจะคิดทำ                  

 

... การโดนทิ้งมันรู้สึกอย่างนี้เองเหรอ .... ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ผมไม่เคยมีแฟน ตอนเด็กๆผมก็มีแต่เรียนๆๆๆ เรียนยังไม่ทันจบแล้วแม่ก็ส่งมาเข้าจอห์นนี่ สุดท้ายก็มาพบรักกันกับเพื่อนในวง .. ทั้งที่เราก็คบกันมาดีๆแท้ๆ .. ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้นะ......

 

 

 

“มานั่งทำอะไรตรงนี้ดึกๆดื่นๆ... ไม่กลัวโดนฉุดหรือไง”

 

ทำไมเสียงมันแลดูคุ้นๆแฮะ.... ผมค่อยๆไล่สายตาไปยังผู้มาเยือน....จากรองเท้าบู๊ทหนังกลับสีดำ กางเกงยีนส์สีซีด เสื้อแจ็คเก็ตสีดำเท่ห์ๆเข้ากันได้ดีกับรองเท้า เรื่อยไปจนถึงใบหน้าอ่อนโยนที่คุ้นเคย

 

“ทาคาคิคุง?” ออกจะแปลกใจไม่ใช่น้อย ที่เงยหน้าขึ้นไปเจอกับพี่ชายลำดับสองของจัมพ์ ทาคาคิ ยูยะ ...ซึ่งเป็นคนที่ไม่คิดว่าจะได้เจอกันโดยบังเอิญในสถานที่แบบนี้ และโดยเฉพาะในสถานการณ์แบบนี้ด้วยแล้ว .....ไม่น่าเป็นไปได้เลย

 

“เป็นอะไร .... มีปัญหาอะไรรึเปล่า ทำไมไม่กลับบ้าน?” ยูยะยิ้มอ่อนโยนเดินตรงเข้ามาหาผม... และทรุดตัวลงนั่งข้างกัน

 

“มีอะไรอยากเล่าให้ฉันฟังหรือเปล่า?”

 

 “ได้เหรอ?”

 

 “ถ้ายังไม่อยากกลับบ้าน มานั่งเล่นที่ห้องฉันก่อนก็ได้” ร่างสูงเชิญชวนด้วยรอยยิ้มใจดี ที่ไม่รู้ว่าทำไมถึงทำให้รู้สึกดีมากๆอย่างบอกไม่ถูก

 

......ทาคาคิคุงนี่เป็นพี่ชายที่พึ่งพาได้เสมอเลยน้า......

 

“จะดีเหรอ รบกวนนายเปล่าๆ”

 

“ไม่เป็นไรหรอก ฉันอยู่คนเดียว และก็กำลังอยากได้เพื่อนกินข้าวอยู่พอดี” เปิดทางให้เสร็จสรรพสำหรับคนที่ยังลังเล

 

“เอาอย่างนั้นก็ได้” ผมได้ยินอย่างนั้นก็เลยเปิดยิ้มตอบรับไป.....

 

....... ผมคิดอะไรอยู่นะ .... ทั้งๆเพิ่งออกจากร้านอาหารมาแท้ๆ .....

 

                “งั้นเราแวะซื้ออะไรไปกินกันดี นายอยากกินอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า”        

               

 

ก็ตอนนั้นผมไม่รู้จะทำยังไงแล้ว

ผมคิดอะไรไม่ออก

สติสัมปชัญญะที่มี ก็เหมือนมันจะขาดๆหายๆไป

คืนนั้น เกิดอะไรขึ้นบ้างนะ?

 

.

.

 

 

“เอาน้ำอะไรดี ชาหรือน้ำผลไม้”

“อ่า อะไรก็ได้”

 

ตอนนี้ผมอยู่ที่ห้องของทาคาคิคุงครับ ห้องของเขาเป็นห้องขนาดกลางไม่เล็กไม่ใหญ่ ..ภายในก็เหมือนห้องของชายหนุ่มธรรมดาๆ  ผมที่นั่งจ๋องอยู่บนโซฟาพลางกวาดสายตาไปรอบๆอย่างใคร่รู้

 

ตั้งแต่ที่ผมได้เดบิวต์ นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้มาบ้านเมมเบอร์ของคนอื่น นอกจากบ้านของยูริ.....อ่า พูดถึงยูริ ในหัวผมก็คิดไปถึงเรื่องนั้นอีกแล้ว ..... เฮ้อ มันคงจะเป็นเรื่องที่น่าสนุกดีถ้าไม่ได้อยู่ในสถานการณ์แบบนี้น่ะนะ .....ร่างสูงของยูยะเดินหายเข้าไปห้องไหนสักห้อง ผมก็ไม่ทันได้สังเกต..เพราะมัวแต่นั่งเหม่อๆคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย

 

“เอ้า น้ำผลไม้ กินซะหน่อยจะได้สดชื่นขึ้น” สัมผัสเย็นเฉียบที่ข้างแก้ม ทำให้ผมสะดุ้งถอยตัวเองไปจนสุดโซฟา ยูยะมองผมแล้วยิ้มขำๆ แววตาเอ็นดูเหมือนกำลังยืนมองเด็กซนๆคนหนึ่ง

 

“ใจลอยไปถึงไหน แค่นี้ก็ตกใจด้วย” ยูยะจัดการเปิดฝากระป๋องน้ำผลไม้พร้อมดื่มยื่นให้ผมเสร็จสรรพ ... อืม เจนท์ดีนะ เพราะอย่างนี้พวกผู้หญิงถึงได้ปลื้มกันนัก><

 

ด้วยความกระหาย ผมจึงจัดการยกมันขึ้นดื่มอึ้กๆ ...สังเกตได้จากปลายหางตาว่าผมกำลังถูกจ้องอยู่ จึงละออกจากปากกระป๋อง ปาดเช็ดหยดน้ำที่หลงเหลืออยู่บนริมฝีปาก ก่อนจะยื่นน้ำผลไม้กระป๋องเดิมให้อีกคนที่นั่งอยู่

 

“เอ้า หิวน้ำเหมือนกันก็ไม่บอก” ผมกระแทกกระป๋องลงกลางหน้าท้องเขาดังปึ้ก... เอ้ะ จากที่มือผมสัมผัสได้ ...กล้ามเนื้อนุ่มนิ่มทั้งนั้นนี่นา~

 

ยูยะมองปากกระป๋องแล้วยิ้มๆ คล้ายกำลังสมใจกับอะไรบางอย่าง ก่อนจะยกมันขึ้นซ